blog
facebook

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ยินดีต้อนรับสู่.....บทเรียนวิชาฟิสิกส์นิวเคลียร์

แหล่งกำเนิดกัมมันตภาพรังสี

แหล่งกำเนิดรังสีในธรรมชาติ   ได้แก่  
1. รังสีจากนอกโลก  ดวงอาทิตย์ เป็นแหล่งกำเนิดรังสีที่ใหญ่ที่สุด   มีปริมาณมาก     ตามระดับความสูงของ พื้นที่ เช่นบริเวณยอดเขาสูง
2. รังสีจากธาตุกัมมันตรังสีบนโลก  ได้แก่รังสีจากไอโซโทปของธาตุกัมมันตรังสีต่างๆ     เช่นโพแทสเซียม – 40 , รูบิเดียม – 87 , ทอเรียม – 232 , ยูเรเนียม – 238 , แก๊สร้อนเรดอน – 220    และแก๊สร้อนเรดอน – 222  เป็นต้น  มักพบในบริเวณเหมืองแร่ เหมืองน้ำมัน และแหล่งแก๊ส   ธรรมชาติ
3. ร่างกายมนุษย์ สัตว์ และพืช  มีสารไอโซโทปกัมมันตรังสีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ    ได้แก่  ทริเทียม , คาร์บอน – 14 และโพแทสเซียม – 40   เป็นต้น

แหล่งรังสีที่มนุษย์ผลิตขึ้น ได้แก่ รังสีจากอาหาร เครื่องดื่ม ยาบางชนิด เครื่องกำเนิด รังสีเอกซ์  รังสีจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์  เป็นต้น ร่างกายมนุษย์จะได้รับรังสีเข้าสู่ร่างกาย   จากธรรมชาติโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 85  ที่เหลือร้อยละ 15  เป็นรังสีจากสิ่งที่มนุษย์ ผลิตขึ้นรวมทั้งการได้รับรังสีจากฝุ่นกัมมันตภาพรังสีที่มาจากการทดลองนิวเคลียร์

ความรุนแรงของอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี

  ความรุนแรงของอันตรายที่เกิดต่อร่างกายเมื่อได้รับกัมมันตภาพรังสี  ขึ้นอยู่กับปัจจัย หลายอย่าง สามารถสรุปโดยรวมได้ดังนี้
1. ปริมาณของกัมมันตภาพรังสีในช่วงเวลาที่ร่างกายได้รับ  เช่น การระเบิดของระเบิด  ปรมาณู หรือ การระเบิดของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์  จะเกิดกัมมันตภาพรังสีปริมาณ มากมายมหาศาล ร่างกายได้รับรังสีขณะนั้นอาจถึงเสียชีวิตทันที  หรือร่างกายได้รับรังสี สะสมในร่างกาย ทำให้เนื้อเยื่อเปลี่ยนแปลง นำไปสู่สาเหตุการเกิดโรคร้าย เช่น มะเร็ง แล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา 
2. ส่วนของร่างกายที่ได้รับกัมมันตภาพรังสี   เซลล์ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด   เมื่อได้รับกัมมันตภาพรังสี คือ  ไขกระดูก  ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย  เช่น  ต่อมน้ำเหลือง    ผิวหนัง เซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์เม็ดเลือดแดง  เนื้อเยื่อสมอง  เนื้อเยื่ออวัยวะสืบพันธุ์   เนื้อเยื่อตา เนื้อเยื่อตับ เนื้อเยื่อไต เป็นต้น เป็นส่วนของร่างกายที่ไวต่อการรับกัมมันตภาพรังสี   เช่นกัน  เมื่อบริเวณนี้ได้รับกัมมันตภาพรังสีปริมาณเพียงเล็กน้อยอาจแสดงอาการผิดปกติ    หรือเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานได้ในเวลาไม่นาน
3. อายุ  เพศ และความสมบูรณ์ของร่างกาย   ปริมาณรังสีที่เท่ากันอาจแสดงอาการ  ผิดปกติทันทีเมื่อผู้ได้รับรังสีอายุน้อย   แต่อาจไม่แสดงอาการสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า     และถ้าร่างกายอ่อนแอ  อาการอาจรุนแรงกว่าผู้มีร่างกายแข็งแรง
4. อื่นๆ   เช่น ชนิดของรังสี    พลังงานของรังสี

 โอกาสที่ร่างกายจะได้รับกัมมันตรังสี

1. รับจากสภาพแวดล้อมในธรรมชาติโดยตรง  แต่ปริมาณน้อยไม่เป็นอันตราย
2. รับจากการบำบัดโรค หรือวินิจฉัยโรค เช่น การรักษาโรคมะเร็งด้วยโคบอลต์ – 60     การวินิจฉัยโรคไทรอยด์ด้วยไอโอดีน – 131 ,การตรวจร่างกายด้วยรังสีเอกซ์และยาบางชนิด
3. การอยู่อาศัยหรือทำงานใกล้บริเวณที่เป็นแหล่งกำเนิดกัมมันตภาพรังสี  เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์  เหมืองแร่ต่างๆ   จอโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ขณะเปิดเครื่องทำงาน      รวมถึงการระเบิดของระเบิดปรมาณู

อันตรายจากกัมมันตภาพรังสีต่อมนุษย์

1. การได้รับรังสีในช่วงเวลาสั้น หากปริมาณไม่มากนัก ส่วนใหญ่อาการจะไม่ปรากฏ   ในทันทีอาการจะปรากฏในภายหลังโดยมีอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร ท้องร่วง    หากอาการหนัก  ผมอาจร่วง เจ็บคอ โลหิตออก มีจุดห้อเลือด ร่างกายซีดผอมอย่างรวดเร็ว   แต่ถ้าได้รับรังสีในปริมาณสูง เช่น อยู่ในเหตุการณ์ระเบิดของลูกระเบิดหรือการระเบิดของ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ อาจทำให้เสียชีวิตได้ทันที
2. การได้รับรังสีแบบสะสม  หมายถึงได้รับรังสีในปริมาณน้อย   แต่รับเป็นประจำ ติดต่อกันในช่วงเวลาหนึ่ง  อาการอาจจะปรากฏชัดเจนเมื่อมีความรุนแรงแล้ว โดยมีโอกาส    เกิดอาการเหล่านี้ เช่น อายุสั้นกว่าปกติ  โรคมะเร็ง    โรคต้อกระจก  เป็นต้น  
3. ผลทางพันธุกรรม    เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ได้รับกัมมันตภาพรังสี    อาจทำให้โครโมโซมของเซลล์มีการเปลี่ยนแปลง แล้วมีการถ่ายทอดการเปลี่ยนแปลงนี้ไปสู่     รุ่นลูกหลาน  จะเป็นผลให้เกิดการกลายพันธุ์  การกลายพันธุ์สามารถทำให้เกิดได้ทั้งผลดี     และผลเสีย แต่ส่วนใหญ่เกิดผลเสีย การกลายพันธุ์จากการได้รับกัมมันตภาพรังสีจึงเป็น  อันตรายต่อชาติพันธุ์ของมนุษย์  หลายประเทศได้มีการลงนามในสนธิสัญญาเพื่อป้องกัน     อันตรายจากกัมมันตภาพรังสี เช่น การไม่ทดลองระเบิดนิวเคลียร์

ผลจากกัมมันตภาพรังสีต่อมนุษย์มีทั้งไม่รุนแรงและรุนแรงสามารถรักษาได้
ซึ่งจะอาจเสียชีวิตทันทีหรือเสียชีวิตในภายหลัง
รวมถึงเกิดผลในระยะยาวแบบถาวร
เช่น   การกลายพันธุ์ ......

การป้องกันอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี

1. เนื่องจากปริมาณกัมมันตภาพรังสีที่ร่างกายได้รับขึ้นอยู่กับเวลา  เช่น ถ้าอยู่ใน     บริเวณที่มีกัมมันตภาพรังสีนาน  20  นาที จะได้รับกัมมันตภาพรังสีประมาณ 2 เท่า ของผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นนาน 10 นาที ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องเข้าใกล้บริเวณที่มีธาตุกัมมันตรังสี   ควรใช้เวลาน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
2. เนื่องจากปริมาณกัมมันตภาพรังสีจะลดลงถ้าบริเวณนั้นอยู่ไกลจากแหล่งกำเนิด    กัมมันตภาพรังสีดังนั้นควรอยู่ห่างจากบริเวณที่มีธาตุกัมมันตรังสีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
3. เนื่องจากกัมมันตรังสีต่างชนิดกัน มีอำนาจในการทะลุผ่านวัตถุได้ดีต่างกัน      ดังนั้นจึงควรใช้วัตถุที่กัมมันตภาพรังสีผ่านได้ยากมาเป็นเครื่องกำบัง เช่น ตะกั่ว , คอนกรีต     เป็นเครื่องกำบังรังสีแกมมาและรังสีบีตา การใช้น้ำ เป็นเครื่องกำบังนิวตรอน  เป็นต้น
4. การป้องกันอื่นๆ เช่น ใช้หุ่นยนต์หรือแขนกลสัมผัสธาตุกัมมันตรังสีแทนการใช้มนุษย์    ผู้ที่ทำงานด้านกัมมันตภาพรังสีจะต้องมีเครื่องมือวัดปริมาณรังสีที่ได้รับติดตัวในขณะทำงาน  ถ้าพบว่าได้รับรังสีมากเกินไปและไม่ปลอดภัยก็จะแก้ไขได้ทันท่วงที เป็นต้น

 

 

ออกแบบและพัฒนาโดย นายจิตติชัย ทินก้อง ตำแหน่งผู้ช่วยครู โรงเรียนโนนหันวิทยายน