blog
facebook

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ยินดีต้อนรับสู่.....บทเรียนวิชาฟิสิกส์นิวเคลียร์

การศึกษาธาตุกัมมันตรังสีต่างๆ พบว่า  เมื่อมีการแผ่รังสีแอลฟาหรือรังสีบีตา
จะมีธาตุใหม่เกิดขึ้นเสมอ
 การสลายตัวของรังสีแอลฟา

ธาตุกัมมันตรังสีธาตุหนึ่งเมื่อสลายให้รังสีแอลฟาออกมาแล้วจะกลายเป็นธาตุใหม่
โดยธาตุใหม่จะมีมวลอะตอมน้อยกว่าธาตุเดิม เท่ากับมวลของอนุภาคแอลฟาโดยประมาณ  และประจุไฟฟ้าของนิวเคลียสของธาตุใหม่จะน้อยกว่านิวเคลียสของธาตุเดิมเท่ากับ 2e      เนื่องจากมวลอะตอมของธาตุต่างๆ มีค่าใกล้เคียงกับมวลของนิวเคลียสทั้งนี้เพราะมวลของ   อิเล็กตรอนมีค่าน้อยมาก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงมวลอะตอมจึงเป็นผลมาจากการเปลี่ยนมวล     ของนิวเคลียส แสดงว่าอนุภาคแอลฟาเกิดจากการเปลี่ยนนิวเคลียสของธาตุกัมมันตรังสีเดิม ไปเป็นธาตุใหม่ เช่นพลูโตเนียม – 240 ปล่อยอนุภาคแอลฟาออกมาจะกลายเป็นยูเรเนียม – 236 

การสลายตัวของรังสีบีตา

ธาตุกัมมันตรังสีธาตุหนึ่งเมื่อแผ่รังสีบีตาออกมาแล้วจะกลายเป็นธาตุใหม่ โดยธาตุใหม่    จะมีมวลใกล้เคียงกับธาตุเดิม  ประจุของนิวเคลียสธาตุใหม่จะเพิ่มขึ้น  1e  อิเล็กตรอนหรือ อนุภาคบีตาที่ออกมาจะมีพลังงานจลน์มาก  เมื่อเทียบกับพลังงานจลน์ของอิเล็กตรอน
ที่โคจรรอบนิวเคลียส แสดงว่าอนุภาคบีตาไม่ใช่อิเล็กตรอนที่โคจรรอบนิวเคลียส  กล่าวได้ว่า อนุภาคบีตาเกิดจากผลการเปลี่ยนสภาพของนิวเคลียส เช่นการสลายให้รังสีบีตาของธาตุ     เรเดียม- 228 แล้วกลายเป็นธาตุแอคทีเนียม- 228

การสลายตัวของรังสีแกมมา

เมื่อธาตุกัมมันตรังสีสลายให้อนุภาคแอลฟา และบีตา มักจะมีการปล่อยรังสีแกมมา    
ออกมาด้วย  ซึ่งรังสีแกมมาที่เกิดขึ้นจะมีพลังงานสูงเกินกว่าที่จะเป็นพลังงานที่ได้จากการ   เปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอนในอะตอม ทั้งนี้เพราะภายหลังการสลายให้อนุภาคแอลฟา   และอนุภาคบีตา นิวเคลียสจะมีการเปลี่ยนระดับพลังงานมาสู่ระดับพลังงานที่ต่ำกว่า เป็นผลให้  มีการปล่อยรังสีแกมมาออกมาจึงกล่าวได้ว่า รังสีแกมมาเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนสภาพของ     นิวเคลียสของธาตุ
 

 

 

ออกแบบและพัฒนาโดย นายจิตติชัย ทินก้อง ตำแหน่งผู้ช่วยครู โรงเรียนโนนหันวิทยายน